G-viz รวมที่สุดของ ผลไม้ บำรุงสายตา


มิกซ์เบอร์รี่

แบล็คเบอร์รี่ (Blackberry) อุดมไปด้วย วิตามินซี, Flavonoid, วิตามิน เอ, วิตามิน อี, วิตามิน เค, และ Anthocyanins. สารที่ชื่อว่า Anthocyanins เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่างดีเยี่ยม จึงช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยจากสารอนุมูลอิสระ และช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส ดูสุขภาพดี พร้อมทั้งช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง
ราสเบอร์รี่ (Rasberry) สุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณ ประโยชน์ต่างๆมากมายแก่ร่างกาย โดยเฉพาะ "สารต้านอนุมูลอิสระ"  ส่วนสารสีแดงในราสเบอร์รี่มีคุณสมบัติช่วยให้การหมุนเวียนของโลหิต เป็นปกติ และยังอุดมด้วยวิตามินA , B ช่วยให้ผิวพรรณสดใส สมานแผลต่างๆให้หายเร็วขึ้น
แครนเบอร์รี่ (Cranberry) สามารถแก้ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ดี เพราะมีสารแทนนินเข้มข้นอยู่ในแครนเบอร์รี่ ช่วยต่อต้านแบคทีเรีย (anti-biotic)  ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบทางเดินปัสสาวะเกิดอาการติดเชื้อนั่นเอง

บิลเบอร์รี่
ในบิลเบอร์รีมีสารอาหารสำคัญอาทิ ไอโอฟลาโวนอยด์ วิตามินเอ วิตามินซี สังกะสี ซีลีเนียม แมงกานิส แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส ซึ่งสารอาหารและแร่ธาตุที่สำคัญเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย แต่บิลเบอร์รีมีความเลื่องลือมากที่สุดเห็นจะเป็นสรรพคุณทางด้านบำรุงสายตา


บลูเบอร์รี่
มีส่วนประกอบของสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน สารชนิดนี้มีคุณประโยชน์สูงเทียบได้กับสารไบโอฟลาโวนอยด์  มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพสูง ช่วยบำรุงจอตาเรตินา และบำรุงระบบหมุนเวียนเลือด บำรุงเส้นเลือดฝอยให้นำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงได้ดีขึ้น ผ่อนคลายความหนื่อยล้าของดวงตา เหมาะกับผู้ที่ใช้สายตาหนัก อยู่หน้าจอคอมจอทีวีจอมือถือหรือที่มีแสงเข้าตาจ้าเป็นประจำ









สารสกัดอกดาวเรืองคือ(ซานโทฟิวและไคลป์ท๊อกซาติน)
ซานโทฟิวและไคลป์ท๊อกซาติน หรือลูทีนและซีแซนทีน จากการศึกษากายวิภาคของมนุษย์พบว่า สารสีเหลืองในผลึกเลนส์ตาและจอประสาทตา Macula Lutea ส่วนใหญ่เป็นซานโทฟิวและไคลป์ท๊อกซาติน ซึ่งองค์ประกอบ 2 ตัวนี้เท่านั้นที่สามารถจะผ่านเข้าไปในเลนส์ผลึกและจอประสาทตา Macula Lutea เพื่อเป็นอาหารบำรุงตา , ช่วยบรรเทาการผลกระทบจากอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย, ช่วยดูดซับแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อตาและหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากลำแสง ที่มากระทบดวงตา
วิตามินอี
วิตามินอี หรือ โทโคเฟอรอล (Tocopherol) เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน จัดเป็นหนึ่งในวิตามินที่สำคัญที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ โดยวิตามินอีจะช่วยป้องกันการแตกของเม็ดเลือดแดง ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดและการอุดตันของเส้นเลือด ลดการเกิดกระบวนการอักเสบในร่างกายที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ และยังมีฤทธิ์อื่นๆ อีกมากมาย มีหน้าที่เบื้องต้นเสมือนฟองน้ำที่คอยดูดซับอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อถูกทำลาย หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “สารต้านอนุมูลอิสระ”


วิตามินซี (ascorbic acid)
จัดเป็นสารสำคัญที่มีผลต่อการทำงานหลายระบบของร่างกาย มีสรรพคุณหลายอย่าง อาทิ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดป้องกันโรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด และช่วยป้องกันโรคตับ และโรคไต เป็นต้น ทั้งนี้ วิตามินซีเป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ แต่มักไม่เพียงพอกับความต้องการจึงจำเป็นต้องได้รับเพิ่มจากแหล่งอื่น เช่น พืชผัก และผลไม้ต่างๆ


เบต้าแคโรทีน
นับเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญสำหรับสุขภาพของมนุษย์ อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามีรายงานของการขาดเบต้าแคโรทีนเลย แม้ว่าการวิจัยจำนวนมากจะระบุว่า การเสริมด้วยเบต้าแคโรทีนใช้ในคนที่มีอาการขาดวิตามินเอ แต่ก็ยังคงไม่มีข้อมูลแน่ชัดที่แสดงถึงอาการขาดเบต้าแคโรทีน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และนักโภชนาการแนะนำว่าเราควรรับประทานเบต้าแคโรทีนเข้าสู่ร่างกายโดยการบริโภคผักสดและผลไม้สด

ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ (Citrus Bioflavonoid)
สารสกัดจากพืชตระกูลส้มหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเช่น มะขาม ส้มโอ ส้มเขียวหวาน มะนาว เป็นต้น จัดเป็นสารอาหารในกลุ่มของไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ละลายน้ำได้ดี ทำงานร่วมกับวิตามินซีได้ดี


ความคิดเห็น